ชายแปลกหน้าขุดทารกแรกเกิดขึ้นมาจากหลุมศพตื้น ๆ — แล้วพี่สาววัยหกขวบของเธอก็ถามพ่อว่า ทำไม

เรื่องเล่าชีวิต

ชายแปลกหน้าขุดทารกแรกเกิดขึ้นมาจากหลุมศพตื้น ๆ — แล้วพี่สาววัยหกขวบของเธอก็ถามพ่อว่า ทำไม

เสียงมือเปล่าขูดผ่านดินแห้งแข็งของทะเลทราย เป็นเสียงเดียวที่ทอม ริกเก็ตต์ได้ยินชัดเจนเหนือเสียงลม

นาฮอสซีคุกเข่าอยู่ข้างหลุมศพตื้น ๆ และขุดอย่างกับว่าทุกวินาทีมีค่า ดินแทรกเข้าไปใต้เล็บของเขา มือหยาบกร้านของเขาสั่น แต่เขาไม่หยุด ก่อนอื่น เส้นผมสีเข้มเล็ก ๆ โผล่ขึ้นมา จากนั้นก็เป็นใบหน้าเล็กจิ๋วที่เต็มไปด้วยฝุ่น แล้วก็ไหล่บอบบางสองข้างที่ขยับตามลมหายใจอ่อน ๆ แต่ดื้อดึง

ทารกยังมีชีวิตอยู่

ทอมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเงียบลงรอบตัวเขา

เขารู้ความจริงมาสามเดือนแล้ว

สามเดือนก่อน เขาเดินเข้าไปในห้องเก็บของของโบสถ์ และเห็นแมรี เอลเลนถูกกดชิดผนัง มือของบาทหลวงเกนส์พันอยู่ในผมของเธอ ทั้งสองหันมามองเขาพร้อมกัน หอบหายใจ ตื่นกลัว ถูกจับได้ในแสงจากประตู ก่อนที่คนใดคนหนึ่งจะทันคิดคำโกหกขึ้นมา

ทารกแรกเกิดคนนี้ไม่ใช่ลูกของทอม

จากนั้นภัยแล้งก็ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่เจ็ด ท้องฟ้ามืดลงเพราะสุริยุปราคาในช่วงใกล้เวลาคลอด บ่อน้ำแห้งขอด พืชผลตายหมด ฝูงวัวล้มลงกลางความร้อน และในเมืองดัสต์วอเตอร์ ความกลัวก็เริ่มมองหาใครสักคนเพื่อโยนความผิดให้

ใครสักคนที่เล็กพอ

“พ่อ… ทำไม?”

เสียงของคลาร่ากรีดผ่านทะเลทรายเหมือนมีด

ทอมหันไป

ลูกสาววัยหกขวบของเขาคุกเข่าอยู่ข้างหลุมที่เปิดอยู่ เธอสวมชุดผ้าคาลิโกขาด ๆ เข่าของเธอเต็มไปด้วยฝุ่น และมีหนามเกี่ยวอยู่ที่ชายกระโปรง น้ำตาไหลเป็นทางสะอาดบนแก้มเปื้อนดินของเธอ ขณะที่เธอมองนาฮอสซีเช็ดดินออกจากใบหน้าของทารก

“ทำไมพ่อถึงเอาน้องลงไปไว้ในดิน?” คลาร่าถาม เสียงของเธอสั่นแตก “น้องเป็นแค่เด็กเองนะพ่อ น้องไม่ได้ทำอะไรผิดเลย”

ทอมอ้าปาก

แต่ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา

เพราะไม่มีคำตอบใดที่ไม่เปิดโปงความเน่าเฟะทั้งหมดที่พาพวกเขามาถึงตรงนี้ เขาบอกคลาร่าไม่ได้เรื่องการทรยศของแมรี เอลเลน เขาอธิบายไม่ได้ว่าความอับอายกัดกินเขาจากข้างในมาหลายเดือนอย่างไร เขาบอกไม่ได้ว่าบาทหลวงเกนส์เอาความกลัวของทั้งเมืองมาห่อด้วยถ้อยคำจากพระคัมภีร์ แล้วเปลี่ยนทารกแรกเกิดที่ไร้ทางสู้ให้กลายเป็นเครื่องสังเวยได้อย่างไร

นาฮอสซีอุ้มทารกขึ้นมาจากหลุมศพ แล้วกอดเธอแนบเสื้อกั๊กหนังของเขา เสียงร้องของเธอเบาและอ่อนแรง แต่ไม่หยุดลง มันคือเสียงของเด็กคนหนึ่งที่ปฏิเสธจะหายไปจากโลกนี้

“ไอ้อาปาเช่” นายอำเภอมอร์ริสันตะโกนจากบนหลังม้า “ถอยออกมาจากเด็กคนนั้น”

เขานั่งอยู่บนอานม้าห่างออกไปสามสิบหลา มือข้างหนึ่งอยู่ใกล้ปืนลูกโม่ ด้านหลังเขา มีชายหกคนจากดัสต์วอเตอร์รออยู่เป็นแถวเอียง ๆ ใบหน้าของพวกเขาครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ใต้ปีกหมวก

บาทหลวงเกนส์อยู่ข้างนายอำเภอในเสื้อโค้ตสีดำ แข็งทื่อเหมือนเสารั้ว ดวงตาซีด ๆ ของเขามองไปทุกที่ ยกเว้นที่ทารก

“เด็กคนนี้ไม่ได้ทำอะไรที่สมควรต้องตาย” นาฮอสซีกล่าว

ภาษาอังกฤษของเขามีสำเนียง แต่ทุกคำชัดเจนพอให้ผู้ชายทุกคนได้ยิน

“ภัยแล้งของพวกเจ้ามาจากฟ้า” เขาพูด “ไม่ใช่จากเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง”

“ภัยแล้งมาจากพระพิโรธของพระเจ้า” บาทหลวงเกนส์ตอบ

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจังหวะเทศน์ที่นุ่มลื่น แบบที่ทอมเคยได้ยินทุกวันอาทิตย์ เขาพูดถึงบาป พูดถึงการลงโทษ พูดถึงอับราฮัม พูดถึงการสังเวย เขาพูดราวกับว่าหลุมศพของทารกจะกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ ถ้าเขาเอาถ้อยคำจากพระคัมภีร์มากองทับมันมากพอ

คลาร่าลุกพรวดขึ้นทันที กำหมัดเล็ก ๆ ไว้ข้างลำตัว

“น้องไม่ใช่ของสังเวย!” เธอตะโกน “น้องเป็นน้องสาวของหนู แล้วคุณก็ใจร้ายที่อยากให้น้องตาย”

ไม่มีใครขยับ

ราวกับว่าทะเลทรายเองก็กำลังกลั้นหายใจ

เจค เฮนลีย์มองไปยังหลุมศพที่เปิดอยู่ แล้วกลืนน้ำลายอย่างหนัก นายอำเภอมอร์ริสันขยับตัวบนอาน แต่ไม่กล้าสบตาคลาร่า แม้แต่ม้าก็ดูไม่สบายใจ พวกมันกระทืบพื้นจนฝุ่นฟุ้งขึ้นในอากาศ

“คลาร่า” ทอมพูดเสียงแหบ “มานี่”

แต่เด็กหญิงไม่เดินมาหาเขา

เธอกลับก้าวเข้าไปใกล้นาฮอสซี และแตะแก้มของทารกอย่างระมัดระวัง

“น้องอุ่นอยู่” คลาร่ากระซิบ “พ่อ ดูสิ น้องมองหนูอยู่ น้องรู้ว่าหนูเป็นพี่สาวของน้อง”

ดวงตาของทารกเปิดขึ้นเพียงชั่วขณะหนึ่ง

ดำมืด มีชีวิต ตื่นรู้

บางอย่างในอกของทอมแตกสลาย

จากนั้นความทรงจำก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง เหมือนพิษที่ไหลย้อนขึ้นมาในตัวเขา ลมหายใจตื่นกลัวของแมรี เอลเลน บาทหลวงเกนส์ที่ลนลานจับปกเสื้อของตัวเอง นักเทศน์ที่พึมพำว่าเขาเพียงแค่ “ปลอบโยนวิญญาณที่ทุกข์ทรมาน” ขณะที่ทอมยืนอยู่ตรงประตู และเข้าใจว่าความอับอายของเขามีใบหน้า

“สัญญาณชัดเจนแล้ว” เกนส์พูดต่อ เสียงดังขึ้น “เจ็ดเดือนแห่งภัยแล้ง สุริยุปราคา เด็กที่เกิดจากบาปในขณะที่เมืองนี้กำลังทุกข์ทรมาน แม้แต่ผืนดินก็ยังต่อต้านเรา”

ดวงตาของนาฮอสซีหรี่ลง

เป็นครั้งแรกที่ทอมสังเกตเห็นบางอย่าง

เกนส์ยังคงไม่มองทารกแรกเกิด

และมือซ้ายของเขาก็เลื่อนเข้าไปใต้เสื้อโค้ตซ้ำแล้วซ้ำเล่า แตะบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ตรงนั้น แล้วรีบดึงกลับออกมา

นาฮอสซีก็สังเกตเห็นเช่นกัน

นั่นไม่ใช่ความกลัวของชายศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังรอพระประสงค์ของพระเจ้า

แต่มันคือความกลัวของชายผู้มีความผิด ที่กลัวว่าความจริงเริ่มมีลมหายใจขึ้นมาแล้ว

“ปู่ของข้าเคยเล่าเรื่องให้ฟัง” นาฮอสซีพูดเบา ๆ “ในช่วงอดอยาก ผู้ชายที่หวาดกลัวเคยทิ้งเด็กที่อ่อนแอไว้ให้ทะเลทรายเอาไป ปู่บอกว่าเสียงร้องของเด็กเหล่านั้นติดตามผู้คนของเรามาหลายชั่วอายุคน เขาให้เราสัญญาว่า จะไม่มีวันทำอีก”

ปากของเกนส์เกร็งแน่น

“ความงมงายของพวกนอกศาสนา” เขาพูดอย่างเหยียดหยาม

แต่เสียงของเขาแตกพร่า

“อาจจะใช่” นาฮอสซีพูด “แต่ข้าไม่ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ในสายลมของอาปาเช่มานานหลายปีแล้ว”

เขาจ้องตรงไปที่นักเทศน์

“แล้วท่านล่ะ ได้ยินเสียงนั้นในสายลมของท่านมานานแค่ไหนแล้ว?”

คำถามนั้นกระแทกแรงกว่ากระสุน

ม้าของนายอำเภอมอร์ริสันก้าวถอยไปด้านข้างอย่างกระวนกระวาย ชายคนหนึ่งด้านหลังเขาพึมพำคำสาปออกมา

“พอได้แล้ว” มอร์ริสันพูด ดึงบังเหียนแน่น “อาปาเช่ นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้าย วางเด็กลง แล้วถอยออกมา”

นาฮอสซีถอยไปทางกลุ่มต้นกระบองเพชรหนามแหลม กอดทารกแน่นไว้กับอก

คลาร่าตามเขาไป

“ข้าเห็นเลือดบริสุทธิ์ถูกความกลัวพรากไปมามากพอแล้ว” นาฮอสซีพูด “ไม่ใช่วันนี้”

ความเงียบตึงแน่นจนเหมือนจะขาดสะบั้น

จากนั้นเจค เฮนลีย์ก็สบถ กดส้นเท้าเข้าข้างลำตัวม้า แล้วกระชากปืนออกจากซองหนัง

“ถ้ามันอยากตายเพื่อเด็กนอกคอกคนหนึ่ง” เจคคำราม “ก็ให้มันสมใจ”

ปืนหลุดออกจากซองหนัง

และคลาร่าเห็นชัดเจนว่าปากกระบอกปืนเล็งไปที่ไหน

เรื่องเต็มอยู่ในคอมเมนต์ 👇👇

คลาร่าขยับตัวก่อนที่ใครจะทันหายใจ

เธอกระโจนไปยืนหน้าของนาฮอสซี กางแขนทั้งสองออกกว้าง ร่างเล็ก ๆ ของเธอสั่นอยู่ระหว่างปืนกับทารกแรกเกิด

“อย่ายิงน้องสาวหนู!” เธอกรีดร้อง

ม้าของเจคผงะชูขาหน้าขึ้นเพราะการเคลื่อนไหวกะทันหัน ปืนลั่น

เสียงปืนดังแหวกทะเลทราย

แต่กระสุนไม่โดนคลาร่า

มันพุ่งไปกระแทกไม้กางเขนเก่า ๆ ที่ทอมปักไว้ข้างหลุมศพ ไม้กางเขนแตกออกเป็นสองซีก แล้วร่วงลงไปในฝุ่นตรงเท้าของคลาร่า

หนึ่งวินาทีอันน่าสะพรึง ไม่มีใครพูดอะไร

แล้วทอมก็วิ่ง

เขาไม่ได้คิดถึงความอับอาย ไม่ได้คิดถึงแมรี เอลเลน ไม่ได้คิดถึงบาทหลวงเกนส์ เมือง ภัยแล้ง หรือความลับที่กัดกินเขามาหลายเดือน

เขาเห็นเพียงคลาร่ายืนอยู่ต่อหน้าปืน

เขาไปถึงเธอในสามก้าว แล้วดึงเธอเข้ามากอดแนบอก

เจคพยายามจะยกปืนขึ้นอีกครั้ง แต่นายอำเภอมอร์ริสันชักปืนลูกโม่ของตัวเองออกมาในที่สุด แล้วเล็งไปที่เขา

“วางมันลง เจค”

เจคแข็งค้าง

“ท่านกำลังทำอะไร?” บาทหลวงเกนส์ตวาด “นายอำเภอ จำได้ไหมว่าเรามาที่นี่ทำไม”

กรามของมอร์ริสันตึงแน่น

“จำได้” เขาพูด “และข้าคิดว่าข้าจะจำมันไปจนถึงวันตาย”

นาฮอสซียืนนิ่ง ยังคงกอดทารกไว้ เสียงร้องของทารกแรกเกิดอ่อนลงอีกครั้ง ปากเล็ก ๆ ของเธอเปิดและปิดในอากาศแห้งแล้งเต็มฝุ่น

“น้องต้องการน้ำ” คลาร่าสะอื้นกับเสื้อโค้ตของทอม “พ่อ ได้โปรด น้องจะตายแล้ว”

ทอมมองลงไปที่เด็กคนนั้น

ตลอดสามเดือน เขาบอกตัวเองว่าทารกคนนี้คือหลักฐานของความอับอายของเขา คือเครื่องเตือนใจที่มีชีวิตถึงการทรยศของแมรี เอลเลน คือเหตุผลที่ผู้ชายทั้งหลายกระซิบกันเมื่อเขาเดินผ่านร้านขายของชำ

แต่ตอนนี้ ในอ้อมแขนของนาฮอสซี เธอดูไม่เหมือนอะไรเลย นอกจากทารกแรกเกิดที่หิวโหยคนหนึ่ง ซึ่งต่อสู้กลับขึ้นมาจากใต้พื้นดิน

ทอมเอื้อมมือไปหากระติกน้ำของเขา

บาทหลวงเกนส์เห็นและแข็งทื่อ

“ทอม” เขาเตือน “อย่าปล่อยให้ความอ่อนแอทำลายสิ่งที่ความชอบธรรมเรียกร้อง”

ทอมหยุด

เขาค่อย ๆ หันไปหานักเทศน์

“ความชอบธรรม?” ทอมทวนคำ

เสียงของเขาต่ำและแตกสลาย

“เจ้ามายืนอยู่ในห้องเก็บของของโบสถ์กับเมียข้า แล้วเรียกมันว่าการปลอบโยน เจ้ายอมให้เมืองนี้เชื่อว่าเด็กคนนั้นถูกสาป เพราะเจ้าขี้ขลาดเกินกว่าจะยอมรับว่าเธอเป็นลูกของเจ้า”

ชายที่อยู่ด้านหลังมอร์ริสันขยับตัวบนอานม้า

ใบหน้าของเจคเปลี่ยนไปก่อน

จากนั้นก็มอร์ริสัน

แล้วสายตาทุกคู่ก็หันไปที่บาทหลวงเกนส์

นักเทศน์หน้าซีด

“นั่นเป็นคำโกหก” เขารีบพูด “ความบ้าคลั่งของสามีผู้โศกเศร้า”

แต่มือของเขาเลื่อนเข้าไปใต้เสื้อโค้ตอีกครั้ง

ครั้งนี้มีบางอย่างหล่นออกมา

ล็อกเกตเงินเล็ก ๆ ตกลงในฝุ่น

มันเปิดออกเมื่อกระแทกพื้น

ข้างในมีปอยผมของแมรี เอลเลน

และเศษกระดาษพับไว้

มอร์ริสันลงจากหลังม้าและหยิบมันขึ้นมา ดวงตาของเขากวาดอ่านข้อความ จากนั้นใบหน้าของเขาก็แข็งกร้าว

เขามองเกนส์

“ในนี้เขียนว่าท่านสัญญากับแมรี เอลเลนว่าจะปกป้องเด็กคนนี้”

ทะเลทรายหยุดนิ่งอีกครั้ง

เกนส์เอื้อมมือไปหาปืนของเขา

นาฮอสซีขยับก่อน

เขาขว้างดินกำหนึ่งใส่หน้าของนักเทศน์ เกนส์ร้องลั่น ตาพร่ามัว ถอยเซไปด้านหลัง มอร์ริสันพุ่งเข้าใส่เขาและกดเขาลงกับทรายอย่างแรง ปืนของเจคร่วงจากมือ ขณะที่ชายอีกสองคนคว้าตัวเขาไว้

ทอมไม่ได้มองพวกเขา

เขาเปิดฝากระติกน้ำ แล้วก้าวไปหานาฮอสซี

“ส่งเธอมาให้ข้า” เขากระซิบ

นาฮอสซีจ้องมองใบหน้าของเขา

จากนั้นก็วางทารกแรกเกิดลงในอ้อมแขนของทอม

เธอแทบไม่มีน้ำหนักเลย

ทอมยกกระติกน้ำแตะริมฝีปากของเธอด้วยมือที่สั่นเทา

คลาร่ายืนอยู่ข้างเขา ร้องไห้อย่างเงียบ ๆ

“น้องชื่ออะไรคะ พ่อ?” เธอถาม

ทอมมองทารก

จากนั้นมองไม้กางเขนที่หักอยู่ในฝุ่น

แล้วมองบาทหลวงเกนส์ที่กำลังไอและสบถอยู่ใต้เข่าของนายอำเภอ

“เธอยังไม่มีชื่อ” ทอมพูด

คลาร่าเช็ดหน้าด้วยมือทั้งสองข้าง

“เราเรียกน้องว่าโฮปได้ไหม?”

ลำคอของทอมตีบแน่นจนแทบตอบไม่ได้

“ได้” เขากระซิบ “เราเรียกเธอว่าโฮปได้”

แต่ด้านหลังพวกเขา บาทหลวงเกนส์หยุดดิ้นรนทันที

เขาเริ่มหัวเราะ

ไม่ดัง

ไม่บ้าคลั่ง

แค่ดังพอให้ผู้ชายทุกคนหันไปมอง

“พวกโง่” เขาพูดด้วยริมฝีปากแตกแห้ง “พวกเจ้าคิดว่ามันจบที่ข้าอย่างนั้นหรือ?”

จากนั้นเขามองทอม

และยิ้ม

“ไปถามเมียเจ้าดูสิ ว่านางฝังอะไรไว้ก่อนเด็กคนนี้”

Rate article
Add a comment