เมฟถูกขายแลกกับล่อใช้งานสองตัวก่อนอาหารเช้า — แล้วลูกแฝดเท้าเปล่าของชายคนนั้นก็ขอ “มากกว่านั้น” จากเธอ

เรื่องเล่าชีวิต

เมฟถูกขายแลกกับล่อใช้งานสองตัวก่อนอาหารเช้า — แล้วลูกแฝดเท้าเปล่าของชายคนนั้นก็ขอ “มากกว่านั้น” จากเธอ

ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นเหนือเรดครีก เมฟ คัลลาฮานก็ถูกส่งต่อให้คนอื่นไปแล้ว

ไม่ใช่เพื่อเงิน

แต่เพื่อแลกกับล่อใช้งานสองตัว

เธอยืนอยู่ในร้านขายของชำประจำเมือง สวมชุดผ้าฝ้ายบาง ๆ กอดถุงใบเล็กไว้แน่น ข้างในมีชุดเก่าปะชุนสองชุด ถุงน่องที่พังแล้ว และหวีร้าวของแม่ผู้ล่วงลับ ลมเดือนตุลาคมลอดขึ้นมาตามร่องไม้พื้นกระดานและไต่ซึมเข้าไปใต้ผิวของเธอ ขณะที่ลุงเอมอสต่อรองเรื่องตัวเธอกับชายแปลกหน้า ราวกับเธอเป็นเพียงกระสอบแป้งใบหนึ่ง

“นางมีประโยชน์” เขาบอกชายคนนั้น “ทำอาหารได้ ขัดถูได้ ปะเสื้อผ้าได้ แบกฟืนได้ ไม่ค่อยบ่น”

เมฟก้มตามองพื้น

อายุสิบแปดปี และมีค่าน้อยกว่าปศุสัตว์

ชายที่รับตัวเธอไปชื่อกิเดียน รีด เขายืนเต็มกรอบประตูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของภูเขาเอง ไหล่กว้าง เคราดำ เสื้อคลุมผ้าใบมีกลิ่นควัน ยางสน และเนื้อเย็นติดอยู่ ใบหน้าของเขาดูเหมือนคนที่ลืมไปนานแล้วว่าการยิ้มเป็นอย่างไร

“เกวียนอยู่ข้างนอก” เขาพูด

แค่นั้นเอง

ไม่มีความเมตตา

ไม่มีคำสัญญา

ไม่มีแม้แต่คำโกหกที่จะทำให้เรื่องทั้งหมดดูอ่อนโยนลง

เมฟปีนขึ้นเกวียนไปนั่งข้างกระสอบแป้ง เกลือ น้ำมันก๊าด และกระสุนปืนไรเฟิล เรดครีกค่อย ๆ หายลับไปด้านหลัง และเธอไม่หันกลับไปมอง ที่นั่นไม่เหลืออะไรที่ต้องการเธออีกแล้ว

ทางขึ้นภูเขาโหดร้าย ต้นสนเบียดแน่นอยู่สองข้างทาง ท้องฟ้ากลายเป็นสีเทา และความหนาวกัดทะลุชุดของเธอจนฟันเริ่มกระทบกัน

กิเดียนไม่ได้มองเธอ แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็โยนผ้าห่มขนสัตว์เก่า ๆ ผืนหนึ่งลงบนตักเธอ

“ห่อตัวไว้” เขาพึมพำ “ข้าไม่ลากเด็กสาวที่แข็งตายกลับบ้านหรอก”

เมฟดึงผ้าห่มมาคลุมตัว และเกลียดเหลือเกินที่เธอจำเป็นต้องใช้มัน

กระท่อมของเขาตั้งอยู่บนชะง่อนหินเหนือเหวลึก ถูกต้นไม้และเงามืดกลืนไปครึ่งหนึ่ง ภายในมีกลิ่นควันเก่า ผ้าปูที่นอนสกปรก ไขมันค้าง และความถูกทอดทิ้ง เตาไฟแทบจะดับสนิท หน้าต่างขุ่นไปด้วยคราบฝุ่น นั่นไม่ใช่บ้าน

แล้วบางอย่างก็ขยับอยู่ใต้โต๊ะ

เมฟแข็งทื่อ

เด็กสองคนจ้องออกมาจากความมืด

เป็นฝาแฝด อายุไม่เกินห้าขวบ เท้าเปล่า สกปรก ผมพันกันยุ่ง ใบหน้าเปื้อนเขม่า เด็กชายยืนบังเด็กหญิงไว้ข้างหน้า กำหมัดเล็ก ๆ แน่น ตัวสั่นแต่พร้อมจะสู้ เด็กหญิงซ่อนอยู่หลังเขา อมนิ้วโป้ง เงียบงัน ดวงตาเบิกกว้าง

“โทบี เทส” กิเดียนพูด “นี่คือเมฟ นางจะอยู่ที่นี่ นางทำอาหาร นางทำความสะอาด พวกเจ้าต้องฟังนาง”

แล้วเขาก็เดินออกไป

ประตูปิดลง

เมฟก้าวไปทางเตาไฟหนึ่งก้าว

โทบีพุ่งเข้าใส่เธอ

ฟันของเขาฝังลงบนข้อมือของเมฟแรงจนความเจ็บแล่นวาบเป็นแสงสีขาวหลังดวงตา เมฟสะดุ้งและยกมืออีกข้างขึ้นตามสัญชาตญาณ แต่เธอหยุดก่อนจะฟาดลงไป

เพราะเธอเห็นใบหน้าของเขา

เขาไม่ได้ดุร้าย

เขากลัวจนสุดหัวใจ

เมฟค่อย ๆ ลดมือลง โทบีปล่อยข้อมือเธอแล้วถอยโซเซกลับไป แต่ยังยืนขวางอยู่ระหว่างเธอกับเทส

เมฟออกไปข้างนอก เอนหลังพิงผนัง และโก่งคออาเจียนแห้ง ๆ ท่ามกลางความหนาว จากนั้นเธอเช็ดปาก เก็บฟืนด้วยนิ้วที่สั่น แล้วกลับเข้าไปด้านใน

ก่อนค่ำ ไฟในเตาก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เธอตัดส่วนขึ้นราออกจากเบคอน ต้มข้าวโพดบด ขัดชามสองใบให้สะอาด แล้ววางไว้บนโต๊ะโดยไม่เรียกเด็ก ๆ

ฝาแฝดค่อย ๆ เข้ามาเหมือนสัตว์ตัวน้อยที่หิวโหย

พวกเขากินด้วยมือ ไหล่เกร็ง ดวงตาเหลือบไปทางประตูอยู่ตลอด ราวกับใครบางคนอาจลงโทษพวกเขาเพียงเพราะหิว

ต่อมา เทสมองลงไปในหม้อที่ว่างเปล่า

“อีกได้ไหม?” เธอกระซิบ

ข้อมือที่ถูกกัดของเมฟเต้นตุบอยู่ใต้แขนเสื้อ

“พรุ่งนี้” เมฟพูดอย่างอ่อนโยน “คืนนี้กินมากเกินไปจะปวดท้อง”

เมื่อกิเดียนกลับมาหลังมืด หิมะปกคลุมอยู่บนไหล่ของเขา เขาหยุดยืนอยู่ตรงประตู

พื้นถูกกวาดแล้ว

หม้อสะอาดแล้ว

ไฟลุกอย่างมั่นคง

ลูก ๆ ของเขามีรอยสะอาดเป็นทางบนใบหน้าที่เปื้อนฝุ่น และเมฟนอนหลับอยู่ใกล้เตาไฟใต้ผ้าห่มเก่าของเขา ข้อมือที่บาดเจ็บถูกกอดแนบอกไว้

เป็นครั้งแรกที่กิเดียนปิดประตูอย่างเบามือ

สามสัปดาห์ผ่านไป

เมฟเรียนรู้ว่าหลังคารั่วตรงไหน แผ่นไม้กระดานแผ่นใดส่งเสียงครวญ วิธีที่เทสเฝ้ามองทุกอย่างก่อนจะยอมไว้ใจ และโทบีเกลียดความหิวมากกว่าคนแปลกหน้าเพียงใด กิเดียนไป ๆ มา ๆ จากแนวดักสัตว์ของเขา นำเนื้อ ความเย็น และความเงียบกลับมาด้วย เขาไม่ได้โหดร้าย แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะอ่อนโยนอย่างไรเช่นกัน

แล้วไข้ของโทบีก็มาในคืนหนึ่ง

กิเดียนไม่อยู่

หิมะกดทับอยู่หน้าประตูกระท่อม ไฟในเตาอ่อนลง โทบีตัวร้อนจัดอยู่ใต้ผ้าห่มขาด ๆ ตัวสั่นแรงจนเตียงไม้ส่งเสียงลั่น เทสยืนอยู่ข้างเขา ซีดและเงียบ

เมฟไม่มีหมอ ไม่มีเพื่อนบ้าน ไม่มียาจริง ๆ

มีเพียงใบสน สะระแหน่ป่า หม้อบิ่น ๆ และตำรับยาเก่า ๆ ทุกอย่างที่เธอเคยได้ยินคนในเรดครีกกระซิบกัน

ดังนั้นเธอจึงต้มสิ่งที่มี

เธอเช็ดหน้าผากของโทบีให้เย็นลง

เธอร้องเพลงจนเสียงอ่อนแรง

ใกล้รุ่ง เทสปีนขึ้นมานั่งบนตักของเมฟ แล้วใช้มือเล็กทั้งสองข้างโอบข้อมือเดียวกับที่โทบีเคยกัดไว้

“อย่าปล่อยให้เขาไปนะ” เทสกระซิบ

เมฟมองเด็กหญิงตัวน้อย แล้วมองใบหน้าที่ร้อนผ่าวของโทบี และบางอย่างในตัวเธอก็แตกออก

เด็กสองคนนี้สูญเสียแม่ไปแล้วคนหนึ่ง

และโดยไม่ต้องเอ่ยขอ พวกเขาก็เริ่มเกาะเธอไว้ ราวกับเธออาจกลายเป็นแม่อีกคนได้

แล้วจู่ ๆ โทบีก็นิ่งไป

เมฟหยุดหายใจ

ประตูถูกผลักเปิดอย่างแรง

กิเดียนยืนอยู่ตรงนั้น ตัวปกคลุมด้วยหิมะ ความตื่นตระหนกปรากฏชัดบนใบหน้า

“เกิดอะไรขึ้น?”

เมฟไม่ตอบ

เธอมองโทบี

รอ

ภาวนา

จากนั้นเด็กชายก็ดึงลมหายใจอ่อน ๆ หนึ่งครั้ง

ดวงตาของเขาเปิดขึ้น และมองตรงมาที่เมฟ

“อีกได้ไหม?” เขากระซิบ

ไม่ใช่อาหารเพิ่ม

แต่เป็นเธอมากขึ้น

ความอบอุ่นมากขึ้น

การอยู่ต่อมากขึ้น

เมฟเช็ดน้ำตาและกอดเทสให้แน่นขึ้น

“ได้” เธอกระซิบ “จะมีอีก”

และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เธอถูกขายก่อนอาหารเช้า เมฟไม่รู้สึกเหมือนสิ่งของที่ถูกแลกเปลี่ยนอีกต่อไป

เธอรู้สึกเหมือนใครบางคนที่ยังมีคนต้องการ

เรื่องเต็มอยู่ในคอมเมนต์ ‼️⬇️

กิเดียนยังคงคุกเข่าอยู่ข้างเตียงอีกนาน หลังจากโทบีกลับเข้าสู่การหลับอันอ่อนแรงและกระสับกระส่าย

มือของเขาลอยอยู่เหนือเส้นผมของเด็กชาย แต่ในตอนแรกเขาไม่แตะ ราวกับไม่ไว้ใจว่าตัวเองจะอ่อนโยนพอ จากนั้นอย่างช้า ๆ ด้วยความระมัดระวังของชายที่ยื่นมือไปหา животว์บาดเจ็บ เขาวางฝ่ามือลงบนศีรษะของโทบี

เทสหลับไปกับอกของเมฟ นิ้วของเธอยังคงพันอยู่รอบข้อมือที่บาดเจ็บของเมฟ

เป็นเวลานาน ไม่มีใครพูดอะไร

พายุฟาดใส่ผนังกระท่อม ไฟแตกเสียงเบา ๆ รุ่งเช้าซีดเทาส่องผ่านหน้าต่างสกปรกเข้ามา

ในที่สุด กิเดียนก็มองเมฟ

ตอนนี้ใบหน้าของเขามีบางอย่างเปลี่ยนไป ไม่ใช่ความอ่อนโยนเสียทีเดียว แต่เป็นสิ่งที่หนักกว่านั้น

ความละอาย

“เจ้าช่วยเขาไว้” เขาพูด

เมฟก้มมองโทบี ลมหายใจของเขายังเบาและไม่สม่ำเสมอ

“ยังไม่ใช่” เธอกระซิบ “ไข้อาจกลับมาได้”

กรามของกิเดียนเกร็งแน่น

“บอกข้ามาว่าเจ้าต้องการอะไร”

นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาถามเธอแบบนั้น

เมฟแทบไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร

“น้ำสะอาด ฟืนเพิ่ม ผ้าสะอาด และถ้ามีกาแฟ ฉันต้องการให้ต้มเข้ม ๆ”

เขาพยักหน้าครั้งหนึ่งแล้วลุกขึ้น

ตลอดวันและคืนถัดมา กิเดียนไม่ได้กลับไปที่แนวดักสัตว์ เขาหาบน้ำ ผ่าฟืน ขัดถังที่เมฟชี้ เขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบ ๆ และเก้ ๆ กัง ๆ เหมือนชายคนหนึ่งที่พยายามทำตามกฎที่ไม่เคยมีใครสอน

ไข้ของโทบีสูงขึ้นอีกครั้งหลังพระอาทิตย์ตก

ร่างเล็ก ๆ ของเขาร้อนผ่าวอยู่ใต้มือของเมฟ และเทสตื่นขึ้นมาร้องไห้โดยไม่มีเสียง เธอเพียงยืนอยู่ข้างเตียง น้ำตาไหลลงมาตามแก้มสกปรก จ้องมองพี่ชายของเธอราวกับรู้แล้วว่าการสูญเสียมีหน้าตาเป็นอย่างไร

เมฟดึงเด็กหญิงเข้ามาใกล้

“พูดกับเขา” เธอพูดเบา ๆ “เขารู้จักเสียงของเธอ”

เทสส่ายหน้า

“เขาจะไม่ได้ยินหนู”

“เขาจะได้ยิน”

เทสก้มลงเหนือเตียง ตัวสั่น

“โทบี” เธอกระซิบ “อย่าทิ้งหนูไป”

กิเดียนหันหน้าหนีเร็วเสียจนเมฟเห็นเพียงเส้นแข็งของไหล่เขา แต่เธอได้ยินเขาหายใจเข้าครั้งหนึ่ง แตกพร่าและแหลมคม

ใกล้เที่ยงคืน โทบีเริ่มพึมพำ

ตอนแรกเมฟคิดว่าเป็นคำเพ้อเพราะไข้ ริมฝีปากของเขาขยับกับผ้าชื้น ดวงตากระตุกอยู่ใต้เปลือกตา

แล้วเธอก็ได้ยินคำนั้น

“แม่”

เทสแข็งทื่อ

กิเดียนนิ่งสนิทอยู่ข้างเตาไฟ

โทบีกระซิบอีกครั้ง อ่อนแรงกว่าเดิม

“แม่บอกให้ซ่อน”

กระท่อมเหมือนหดแคบลงรอบตัวพวกเขา

เมฟมองกิเดียน

ใบหน้าของเขาซีดเทา

“เขาหมายความว่าอะไร?” เธอถาม

กิเดียนไม่ตอบ

โทบีหันศีรษะ ราวกับกำลังต่อสู้กับบางอย่างในไข้ มือเล็ก ๆ กำผ้าห่มแน่น

“ซ่อนใต้โต๊ะ” เขาหายใจออก “อย่าเปิดประตู”

เทสเริ่มสั่น

เมฟรู้สึกได้ผ่านร่างของเด็กหญิง

“เทส” เธอกระซิบ “เขาพูดเรื่องอะไร?”

เด็กหญิงตัวน้อยซุกหน้าเข้าไปในแขนเสื้อของเมฟ

กิเดียนเดินข้ามห้องมา

“พอแล้ว” เขาพูด

เสียงของเขาต่ำ แต่มีความกลัวซ่อนอยู่ข้างใต้

เมฟเงยหน้ามองเขา

“ไม่ ยังไม่พอ”

ชั่วขณะหนึ่ง กิเดียนคนเดิมกลับมา ชายภูเขาเงียบขรึม คนที่ซื้อเด็กสาวด้วยล่อและคาดหวังการเชื่อฟัง ดวงตาของเขาแข็งกร้าว มือกำอยู่ข้างลำตัว

แล้วโทบีก็ส่งเสียงร้องเจ็บปวดเบา ๆ

“อย่าให้เขาพาเธอไป”

เลือดในกายเมฟเย็นเฉียบ

ข้างนอก ลมกระแทกประตูแรงจนกลอนสั่น

ไม่มีใครขยับ

จากนั้นเทสก็กระซิบกับแขนเสื้อของเมฟ เบาจนเมฟเกือบไม่ได้ยิน

“ผู้ชายที่มีฟันเงิน”

กิเดียนหลับตาลง

เพียงครั้งเดียว

แต่เมฟเห็น

เขารู้

พายุผ่านไปในตอนเช้า แต่สิ่งที่โทบีพูดยังคงอยู่ในกระท่อมเหมือนควัน

เมฟรอจนเด็กทั้งสองหลับ จากนั้นเธอก็ออกไปข้างนอกพร้อมถังน้ำเปล่า

กิเดียนอยู่ข้างกองฟืน กำลังผ่าท่อนไม้ด้วยแรงมากเกินจำเป็น ทุกครั้งที่ขวานฟาดลงไป เสียงนั้นเหมือนการลงโทษ

“ผู้ชายที่มีฟันเงินคือใคร?” เมฟถาม

ขวานหยุดลง

กิเดียนไม่หันกลับมา

“ผี” เขาพูด

“ผีไม่ทำให้เด็ก ๆ ต้องซ่อนใต้โต๊ะหรอก”

ไหล่ของเขายกขึ้นและตกลงหนึ่งครั้ง

“พี่ชายของภรรยาข้า” เขาพูดในที่สุด “เคเล็บ วอสส์”

เมฟกำถังแน่นขึ้น

“เกิดอะไรขึ้น?”

มือของกิเดียนกำด้ามขวานแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด

“เขามาที่นี่เมื่อฤดูหนาวที่แล้ว บอกว่าภรรยาข้าติดหนี้เขา บอกว่าเขามีสิทธิ์ในที่ดินที่เหลืออยู่ของครอบครัวนาง ข้าบอกให้เขาออกไปจากสันเขาของข้า”

“แล้ว?”

ตอนนั้นกิเดียนจึงหันกลับมา

ดวงตาของเขาดูแก่กว่าภูเขา

“แล้วเมื่อข้ากลับมาจากแนวดักสัตว์สองวันต่อมา ซาราห์ตายแล้ว เด็ก ๆ อยู่ใต้โต๊ะ และพื้นไม้ครึ่งหนึ่งถูกงัดขึ้น”

เมฟพูดไม่ออก

ลมพัดผ่านระหว่างพวกเขา

“เขากำลังหาบางอย่าง” กิเดียนพูด “บางอย่างที่ซาราห์ซ่อนไว้ก่อนตาย”

เมฟนึกถึงเสียงเพ้อไข้ของโทบี

แม่บอกให้ซ่อน

อย่าเปิดประตู

อย่าให้เขาพาเธอไป

“พาใครไป?” เมฟกระซิบ

ใบหน้าของกิเดียนเปลี่ยนไป

ไม่ใช่ความสับสน

แต่เป็นความหวาดกลัว

ก่อนที่เขาจะตอบ มีเสียงดังมาจากในกระท่อม

ไม่ใช่เสียงร้องไห้

ไม่ใช่โทบี

เสียงพื้นไม้ลั่น

เมฟกับกิเดียนหันไปพร้อมกัน

ประตูกระท่อมเปิดค้างอยู่ครึ่งหนึ่ง

เทสยืนอยู่ตรงประตู เท้าเปล่าอยู่บนหิมะ กอดของชิ้นเล็กบางอย่างไว้แนบอก

ใบหน้าของเธอขาวซีด

“เมฟ” เธอกระซิบ

แล้วเธอก็แบมือเล็ก ๆ ออก

ข้างในคือหวีร้าวของแม่เมฟ

เพียงแต่ว่าตอนนี้ ฟันซี่หนึ่งของหวีหักออกแล้ว

และซ่อนอยู่ในด้ามจับกลวงคือแถบกระดาษพับเล็ก ๆ ที่มีคราบสีน้ำตาลตามอายุ

กิเดียนจ้องมันราวกับมันคือปืนที่บรรจุกระสุนแล้ว

เมฟคลี่มันออกด้วยนิ้วที่สั่น

ในนั้นมีเพียงหกคำเขียนไว้

เด็กสาวไม่ใช่คนที่พวกเขาบอกว่าเป็น

Rate article
Add a comment