เด็กชายวัย 18 ปีขอเงินทุกคืนแล้วออกจากบ้านไป… แต่พ่อแม่ของเขาไม่เข้าใจเลยว่าเขากลัวอะไรนักหนาเมื่อกลับมา 😱
นาธาน วัยสิบแปดปี ไม่เคยเป็นวัยรุ่นธรรมดาเลย เขาพูดน้อยมาก แทบไม่เคยมองตาใคร และในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา พฤติกรรมของเขายิ่งปิดตัว เย็นชา และเข้าใจยากมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนแรก พ่อแม่ของเขาคิดว่าอาจเป็นเพราะวัยของเขา ต่อมาพวกเขาคิดว่าเขาอาจกำลังเครียด แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในวันที่นาธานเริ่มขอเงินแทบทุกเย็น
— แม่ครับ ขอเงินผมหน่อยได้ไหม?
— เอาไปทำอะไร นาธาน?
เขายักไหล่
— ผมจำเป็นต้องใช้
แค่นั้นเอง
ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีเหตุผล ไม่มีการสบตาโดยตรง
ถ้าแม่ของเขาปฏิเสธ เขาจะเริ่มกระวนกระวาย เดินไปเดินมาภายในห้องจากผนังด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง บีบปลายแขนเสื้อของตัวเองไว้ระหว่างนิ้ว ราวกับมีบางอย่างอยู่ข้างในที่ไม่ยอมให้เขาสงบลงได้ เมื่อพ่อถามด้วยน้ำเสียงเข้มงวดว่าเขาจะไปไหน นาธานก็ตอบเพียงสั้น ๆ
— ข้างนอก
แล้วเขาก็ออกไป
บางครั้งเขาหายไปหนึ่งชั่วโมง บางครั้งก็สามชั่วโมง หลายครั้งเขากลับมาหลังเที่ยงคืน พร้อมรองเท้าที่เต็มไปด้วยฝุ่น กางเกงเปื้อนโคลน และมือที่สั่นเทา แม่ของเขาสังเกตว่า ทุกครั้งที่เขาเข้าบ้าน เขาจะหันกลับไปมองถนน เหมือนกลัวว่ามีใครตามเขามา
คืนหนึ่ง เขากลับมาด้วยความตึงเครียดจนแม้แต่เสียบกุญแจเข้ารูกุญแจก็ยังทำไม่ได้ดี แม่ของเขารีบวิ่งไปที่ประตูทันที
— นาธาน เกิดอะไรขึ้น?
เขาก้าวเข้ามา ปิดประตู ล็อกมัน แล้วกระซิบว่า
— ไม่มีอะไรครับ
แต่มันไม่ใช่ไม่มีอะไร
ลมหายใจของเขาหนัก ดวงตาว่างเปล่า และมือยังคงสั่นอยู่ คืนนั้นเขาไม่กินอะไรเลย เขาเพียงนั่งอยู่ในห้องของตัวเอง และจ้องออกไปนอกหน้าต่างจนถึงรุ่งเช้า
เช้าวันต่อมา แม่ของเขาพบรอยสีแดงเล็ก ๆ อยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ตของเขา
เมื่อเธอถามเรื่องนั้น สีหน้าของนาธานก็เปลี่ยนไปทันที
เขาลุกขึ้น หยิบเสื้อโค้ตไป แล้วพูดอย่างสงบมากว่า

— อย่าแตะต้องของของผม
ตั้งแต่วินาทีนั้น พ่อแม่ของเขาไม่ได้กลัวแค่ว่าลูกชายกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง
แต่พวกเขาเริ่มกลัวว่า ความลับของเขาอาจมืดมนกว่าที่พวกเขาเคยจินตนาการไว้มาก
อ่านต่อในคอมเมนต์แรก 👇👇
คืนนั้น นาธานเปลี่ยนไป — ไม่ใช่แค่นิดเดียว แต่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เขาไม่ได้ขอเงินด้วยน้ำเสียงสงบอีกต่อไป เขาเริ่มเรียกร้องมัน
— ผมต้องใช้ แม่… ขอร้องล่ะครับ ผมต้องใช้วันนี้
แม่ของเขาเริ่มกลัวที่จะถามว่าเอาไปทำอะไร เพราะทุกครั้งที่เธอถาม ดวงตาของนาธานจะดูว่างเปล่า ราวกับว่าเขาไม่ได้มองพวกเขาเลย แต่กำลังมองใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังพวกเขา
เย็นวันนั้น พ่อของเขาหมดความอดทนในที่สุด
— คืนนี้แกจะไม่ไปไหนทั้งนั้น
นาธานมองพ่ออยู่นาน นานมาก แล้วเขาก็พูดเสียงเบาว่า
— ถ้าผมไม่ไป พวกเขาจะมา
— ใคร?
แต่นาธานไม่ตอบ
เขาคว้ากระเป๋าเป้สีดำ เปิดประตู แล้วเดินออกไป
ครั้งนี้ เขาไม่ได้กลับมาภายในหนึ่งชั่วโมง ไม่ใช่สามชั่วโมง และแม้แต่ตอนเที่ยงคืน เขาก็ยังไม่กลับมา
ตอนตีห้า แม่ของเขานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น กำรูปถ่ายของนาธานไว้แน่นในมือ พ่อของเขาโทรหาเขาไปแล้วสามครั้ง แต่โทรศัพท์ปิดอยู่ สุดท้ายพวกเขาจึงโทรแจ้งตำรวจ
ตอนแรก ตำรวจคิดว่านี่เป็นคดีคนหายธรรมดา เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปี ทะเลาะกับพ่อแม่ แล้วออกจากบ้านตอนกลางคืน แต่เมื่อแม่ของเขาเล่าเรื่องสีแดง รองเท้าที่เต็มไปด้วยฝุ่น มือที่สั่น และคำพูดแปลก ๆ ที่นาธานเคยพูด สีหน้าของตำรวจคนหนึ่งก็เปลี่ยนไปทันที
เย็นวันเดียวกัน หน่วยค้นหาเริ่มออกสำรวจบริเวณชานเมือง ที่ซึ่งมีบ้านเก่า ๆ พังทลายอยู่หลายหลัง
พวกเขาพบบ้านหลังแรกหลังฝนตก
ประตูถูกพังไปครึ่งหนึ่ง และข้างในมีกลิ่นอับชื้นหนัก ๆ ไฟฉายส่องผ่านผนังที่แตกร้าว จนกระทั่งสมาชิกคนหนึ่งของทีมชะงัก
— มีบางอย่างอยู่ที่นี่
กลางห้องมีตุ๊กตาตัวหนึ่งแขวนอยู่
มันไม่ใหญ่มาก แต่ถูกแต่งตัวเหมือนเป็นคน ผมของมันถูกดึงลงมาปิดหน้า และบนผนังมีตัวเลขเพียงตัวเดียวเขียนด้วยสีแดง:
1
ตำรวจคิดว่านี่อาจเป็นเกมน่ากลัวบางอย่าง
จนกระทั่งพวกเขาไปถึงบ้านหลังที่สอง
ที่นั่นมีตุ๊กตาอีกตัว
บนผนังเขียนว่า:
2
บ้านหลังที่สาม — 3
บ้านหลังที่สี่ — 4
และในทุกบ้าน ทุกอย่างเหมือนกันหมด: ห้องที่พังเสียหาย ตุ๊กตาที่ถูกแขวน ตัวเลขสีแดง และรอยเท้าบนพื้นซึ่งดูเหมือนเป็นของนาธาน
หัวหน้าหน่วย ไมลส์ เรน จ้องตุ๊กตาตัวสุดท้ายอยู่นาน ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายของพ่อแม่นาธานแทบหยุดไหล
— เขาไม่ได้แค่แขวนตุ๊กตา เขากำลังทำซ้ำบางอย่าง เขากำลังเตรียมตัวสำหรับบางอย่าง
— ตุ๊กตาพวกนี้มีไว้ทำไม? แม่ของเขาถามด้วยเสียงอ่อนแรง
ไมลส์ไม่พูดอะไร เขาก้าวเข้าไปใกล้ตุ๊กตาตัวหนึ่ง แล้วชี้ไปที่กระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่ผูกอยู่รอบคอมัน บนนั้นมีชื่อเขียนอยู่ ไม่ใช่ชื่อของตุ๊กตา แต่เป็นชื่อของเด็กผู้หญิงจริง ๆ คนหนึ่ง
บางชื่อในนั้นตำรวจคุ้นเคยดี
หลายปีก่อน มีเด็กสาววัยรุ่นหลายคนในเมืองหายตัวไปช่วงสั้น ๆ แล้วกลับมาด้วยความหวาดกลัวและเงียบงัน แต่ไม่มีใครสามารถเล่าได้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น คดีเหล่านั้นถูกปิดลงเพราะขาดหลักฐาน
ปรากฏว่านาธานรู้ชื่อของพวกเธอ

แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดยังรออยู่ข้างหน้า
เมื่อตำรวจค้นห้องของเขา พวกเขาพบสมุดเก่าเล่มหนึ่งซ่อนอยู่ใต้เตียง ในทุกหน้า มีภาพวาดแบบเดียวกัน: บ้านที่พังทลาย ตุ๊กตาที่ถูกแขวน และตัวเลขสีแดง
และในหน้าสุดท้าย มีประโยคหนึ่งเขียนไว้ว่า
“ตุ๊กตาไม่กรีดร้อง ตุ๊กตาไม่เล่าอะไร ตุ๊กตาจะอยู่ตรงที่ฉันทิ้งมันไว้”
แม่ของเขายกมือปิดปากและเริ่มร้องไห้
ในวินาทีนั้น ทุกคนเข้าใจว่าทำไมนาธานถึงซื้อตุ๊กตา
เขาไม่ได้รักพวกมัน
เขาใช้พวกมันแทนคน
ในจิตใจที่ป่วยและมืดมนของเขา เขาเปลี่ยนตุ๊กตาเหล่านั้นให้กลายเป็นภาพของเหยื่อที่เงียบงัน ตุ๊กตาคือสิ่งที่เขาไม่กลัว เขาไม่สามารถมองตาคนจริง ๆ ได้ แต่ตุ๊กตาไม่เคยมองกลับมาด้วยสายตากล่าวโทษ
จากนั้นทีมค้นหาก็พบแผนที่
บ้านร้างสิบเจ็ดหลังถูกทำเครื่องหมายด้วยจุดสีแดง
แต่ที่มุมหนึ่งของแผนที่ มีเครื่องหมายอีกจุดหนึ่งที่ไม่มีที่อยู่ เขียนคำไว้ข้าง ๆ เพียงคำเดียวว่า:
“คนสุดท้าย”
กว่าพวกเขาจะพบบ้านหลังนั้น ก็เป็นเวลากลางคืนแล้ว
บ้านหลังนั้นตั้งอยู่ริมป่า — พังไปครึ่งหนึ่ง ถูกลืมเลือน ราวกับว่ามันรอวันนี้มาหลายปี เมื่อพวกเขาก้าวเข้าไปข้างใน สิ่งแรกที่ได้ยินคือเสียงหนึ่ง
ไม่ใช่เสียงกรีดร้อง
ไม่ใช่คำพูด
แต่เป็นเสียงหายใจช้า ๆ หนัก ๆ
ลำแสงไฟฉายตกกระทบลงบนผนัง
ตรงนั้น มีตัวเลขเขียนด้วยสีแดง:
18
และข้างใต้นั้น — ชื่อของนาธาน
แม่ของเขากรีดร้อง
แต่ในวินาทีนั้นเอง จากส่วนลึกของบ้าน พวกเขาได้ยินเสียงลูกชายของเธอ
อ่อนแรง แตกสลาย เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
— แม่… ผมไม่อยากให้พวกเขาหาผมเจอ

ไมลส์ยกไฟฉายส่องเข้าไปในความมืด
และทุกคนก็แข็งค้าง
เพราะนาธานยืนอยู่ด้านหลังของห้อง รายล้อมไปด้วยตุ๊กตานับสิบตัว
ทุกตัวมีตัวเลขเขียนอยู่
ยกเว้นเพียงตัวเดียว
บนตุ๊กตาตัวสุดท้ายนั้น ไม่มีตัวเลข
มีชื่อของแม่เขาเขียนอยู่







