ภรรยาคนหนึ่งจับได้ว่าสามีนอกใจ แต่แทนที่จะเผชิญหน้ากับเขา เธอกลับยกแก้วขึ้นกลางงานเลี้ยงบริษัท และกล่าวคำอวยพรที่ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันด้วยความตกใจ 😨😢

เรื่องเล่าชีวิต

ภรรยาคนหนึ่งจับได้ว่าสามีนอกใจ แต่แทนที่จะเผชิญหน้ากับเขา เธอกลับยกแก้วขึ้นกลางงานเลี้ยงบริษัท และกล่าวคำอวยพรที่ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันด้วยความตกใจ 😨😢

เอเลนาค้นพบความจริงโดยบังเอิญ

เย็นวันหนึ่ง เธอหยิบโทรศัพท์ของสามีขึ้นมาจากโซฟาเพื่อจะนำไปชาร์จ แต่ก่อนที่เธอจะได้วางมันลง หน้าจอก็สว่างขึ้นพร้อมข้อความจากผู้หญิงคนหนึ่งชื่อวาเนสซา

ภาพถ่ายชุดเดรสสามชุดปรากฏขึ้น ตามด้วยคำถามว่า

“พรุ่งนี้เย็นฉันควรใส่ชุดไหนดี?”

ไม่กี่วินาทีต่อมา คำตอบของไมเคิลก็ส่งเข้ามา

“ชุดสีแดง เธอก็รู้นี่ว่าฉันละสายตาจากเธอไม่ได้เลยเวลาเธอใส่สีแดง”

เอเลนาอ่านข้อความนั้นสองครั้ง จากนั้นเธอก็ล็อกโทรศัพท์อย่างสงบ วางมันกลับไว้ตรงที่เดิม และเดินเข้าไปในห้องครัว

เธอไม่ร้องไห้และไม่ตะโกน

เมื่อไมเคิลเดินเข้ามาและถามอย่างสบาย ๆ ว่าเย็นนี้มีอะไรกิน เธอก็ตอบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ในตอนแรก เอเลนาพยายามโน้มน้าวตัวเองว่าอาจมีคำอธิบายที่บริสุทธิ์ใจ วาเนสซาอาจเป็นเพียงเพื่อนร่วมงาน หรือบางทีไมเคิลอาจแค่เลือกใช้คำพูดผิด

แต่ทันใดนั้น ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาก็เริ่มสมเหตุสมผล

ไมเคิลเริ่มกลับบ้านดึก เขามักคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลง และยิ้มกับข้อความที่เขาไม่ยอมอธิบาย บทสนทนาระหว่างพวกเขากลายเป็นความว่างเปล่าที่เจ็บปวด

ทุกครั้งที่เอเลนาเล่าเรื่องงานของเธอในฐานะนักแปลวรรณกรรม เขาแทบไม่ฟังเลย

“ฟังดูดีนะ”

“ไว้ค่อยเล่าทีหลัง”

“ผมเหนื่อย”

ต่อหน้าเพื่อน ๆ ไมเคิลมักพูดถึงอาชีพของเธอราวกับเป็นเพียงงานอดิเรกธรรมดา

“เอเลนาก็แค่นั่งอยู่บ้านกับหนังสือทั้งวัน” ครั้งหนึ่งเขาเคยพูดติดตลก

ทุกคนหัวเราะ รวมถึงเอเลนาด้วย ทั้งที่คำพูดเหล่านั้นทำร้ายเธออย่างลึกซึ้ง

แต่ในข้อความที่เขาส่งหาวาเนสซา ไมเคิลกลับเป็นคนใส่ใจและอ่อนโยน เขาจำของหวานที่เธอชอบได้ ชมรูปถ่ายของเธอ และถามว่าเธอกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยหรือไม่

เขาหยุดมองเห็นภรรยาของตัวเอง ขณะที่มอบความสนใจทั้งหมดที่เอเลนาเคยได้รับให้กับผู้หญิงอีกคน

เธอสามารถเผชิญหน้ากับเขาได้ทันที แต่เธอเลือกที่จะรอ

สองสัปดาห์ต่อมา บริษัทของไมเคิลจัดงานเลี้ยงประจำปีสุดหรู พนักงานสามารถพาคู่สมรสมาร่วมงานได้

เอเลนาไม่เคยไปร่วมงานมาก่อน แต่เช้าวันหนึ่งเธอพูดอย่างสงบว่า

“ฉันจะไปกับคุณ”

ไมเคิลมองเธอด้วยสีหน้าตกใจ

“คุณเกลียดงานบริษัทไม่ใช่เหรอ”

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว”

สำหรับงานเลี้ยง เอเลนาสวมชุดเดรสสีเขียวมรกตที่เธอไม่ได้แตะต้องมาหลายปี เธอจัดทรงผม ใส่ต่างหูเรียบหรู และมองตัวเองในกระจก

เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอไม่ได้มองเห็นภรรยาที่ถูกละเลย แต่เห็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง ผู้หญิงที่ใช้เวลานานเกินไปในการทำให้ตัวเองดูเล็กลง

ร้านอาหารเต็มไปด้วยผู้คนและสว่างไสว

จากนั้นเอเลนาก็เห็นวาเนสซา

เธอยังสาว สวย และกำลังสวมชุดสีแดง

วาเนสซายิ้มให้ไมเคิล แต่สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันทีเมื่อสังเกตเห็นเอเลนายืนอยู่ข้างเขา

ไมเคิลเกร็งขึ้นมาทันที

ระหว่างมื้อค่ำ เอเลนาสังเกตเห็นทุกสายตาที่ทั้งสองแอบส่งหากัน

ต่อมา พิธีกรเชิญคู่แต่งงานมาเล่นเกมเพื่อทดสอบว่าพวกเขารู้จักกันดีแค่ไหน

ไมเคิลตอบคำถามเกี่ยวกับเอเลนาผิดทุกข้อ

เขาไม่รู้ว่าภาพยนตร์เรื่องโปรดของเธอคืออะไร สีโปรดของเธอคือสีไหน หรือแม้แต่ชื่อหนังสือเล่มโปรดของเธอ

ตอนแรกแขกในงานหัวเราะ แต่ไม่นานบรรยากาศก็เริ่มน่าอึดอัด

หลังจบเกม พิธีกรเชิญภรรยาหลายคนยกแก้วและกล่าวคำอวยพรให้สามี

เมื่อไมโครโฟนมาถึงเอเลนา ไมเคิลโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอ

“คุณไม่จำเป็นต้องพูดอะไรก็ได้” เขากระซิบ

เอเลนายิ้ม

“ฉันรู้”

เธอลุกขึ้นช้า ๆ และยกแก้วขึ้น

“ฉันอยากยกแก้วนี้ให้สามีของฉัน ผู้ชายที่สอนให้ฉันรู้ว่า บางครั้งคนแปลกหน้าก็รู้เรื่องชีวิตแต่งงานของคุณมากกว่าคนที่นั่งอยู่ข้างคุณเสียอีก…”

ทั้งห้องเงียบสนิท

ใบหน้าของไมเคิลซีดเผือด

เอเลนามองตรงไปที่วาเนสซาและพูดต่อ

หลังจากประโยคถัดไปของเธอ ใครบางคนทำแก้วหล่น วาเนสซายกมือปิดปาก และไมเคิลก็เข้าใจในที่สุดว่าเขาได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต 😲😱

อ่านต่อได้ในความคิดเห็นแรก

เอเลนายังคงจ้องมองวาเนสซา

“ฉันอยากขอบคุณผู้หญิงที่สวมชุดสีแดงด้วย” เธอพูดอย่างสงบ “เพราะคืนนี้เธอทำให้ฉันเข้าใจว่า สามีของฉันยังคงรู้วิธีมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง เพียงแต่เขาหยุดมองเห็นผู้หญิงที่รอเขาอยู่ที่บ้าน”

แก้วใบหนึ่งหลุดจากมือใครบางคนและแตกกระจายบนพื้น

วาเนสซายกมือปิดปาก

ไมเคิลลุกขึ้นอย่างรวดเร็วจนเก้าอี้ครูดพื้นเสียงดัง

“เอเลนา พอได้แล้ว” เขาพูดลอดไรฟัน

เธอหันไปหาเขา

“ไม่ ไมเคิล เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มันพอจริง ๆ เสียที”

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ แม้แต่พนักงานเสิร์ฟก็หยุดเคลื่อนไหว

ไมเคิลเอื้อมมือจะคว้าไมโครโฟน แต่เอเลนาถอยออกไปหนึ่งก้าว

“คุณบอกฉันว่าคุณกลับดึกเพราะบริษัทต้องการคุณ” เธอพูดต่อ “คุณบอกว่าคุณเหนื่อยเกินกว่าจะคุยกับฉัน ยุ่งเกินกว่าจะจำวันครบรอบแต่งงานของเรา และเครียดเกินกว่าจะใช้เวลาเพียงหนึ่งคืนกับครอบครัว”

น้ำเสียงของเธอไม่เคยดังขึ้นเลย

“แต่ไม่รู้ทำไม คุณกลับมีเวลาเลือกชุดให้วาเนสซา”

วาเนสซาค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้

“ฉันไม่รู้” เธอกระซิบ

เอเลนามองเธอ

“ไม่รู้อะไร?”

“ฉันไม่รู้ว่าพวกคุณยังอยู่ด้วยกัน ไมเคิลบอกฉันว่าพวกคุณแยกกันอยู่มาเกือบหนึ่งปีแล้ว”

เสียงซุบซิบดังไปทั่วร้านอาหาร

ใบหน้าของไมเคิลซีดขาว

“วาเนสซา นั่งลง” เขาพูดอย่างเกรี้ยวกราด

แต่เธอไม่สนใจเขา

“เขาบอกว่าคุณอาศัยอยู่ต่างเมือง” เธอพูดต่อ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า “เขาบอกว่าการหย่ากำลังจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว”

เอเลนารู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่คาดคิด

ไม่ใช่ความโกรธต่อวาเนสซา

แต่เป็นความสงสาร

ไมเคิลไม่เพียงทรยศภรรยาของตัวเอง เขายังโกหกผู้หญิงทั้งสองคน

เอเลนาวางแก้วลงบนโต๊ะและเปิดกระเป๋าถือ

เธอหยิบซองสีขาวขนาดใหญ่ออกมาและวางไว้ตรงหน้าไมเคิล

“นี่อะไร?” เขาถาม

“คุณบอกวาเนสซาว่าการหย่าของเราเกือบเสร็จแล้ว” เอเลนาตอบ “ฉันเลยคิดว่าควรช่วยทำให้คำโกหกของคุณกลายเป็นความจริง”

ไมเคิลจ้องซองนั้น

ข้างในคือเอกสารหย่า

“คุณวางแผนทั้งหมดนี้ไว้แล้วเหรอ?” เขาถามด้วยเสียงแทบไม่ได้ยิน

“ฉันเตรียมตัวสำหรับวันที่ฉันจะหยุดปกป้องคุณจากผลของการตัดสินใจของตัวเองเสียที”

ไมเคิลมองไปรอบห้องด้วยความอับอาย

“คุณกำลังทำลายชีวิตแต่งงานของเราต่อหน้าทุกคน”

เอเลนาส่ายหน้า

“ไม่ คุณทำลายมันอย่างลับ ๆ ส่วนฉันแค่ไม่ยอมซ่อนซากปรักหักพังของมันอีกต่อไป”

ไมเคิลลดเสียงลง

“เรากลับบ้านแล้วค่อยคุยกันก็ได้”

“ไม่มีอะไรเหลือให้คุยแล้ว”

“แล้วตลอดยี่สิบสี่ปีที่เราอยู่ด้วยกันล่ะ?”

เอเลนามองเขาด้วยความเศร้า

“ฉันจำยี่สิบสี่ปีนั้นได้ทุกครั้งที่คุณเมินฉัน แล้วคุณจำมันได้ไหม ตอนที่คุณบอกผู้หญิงอีกคนว่าคุณละสายตาจากเธอไม่ได้?”

ไมเคิลไม่มีคำตอบ

วาเนสซาหยิบซองเล็ก ๆ ออกจากกระเป๋า และวางไว้ข้างเอกสารหย่าของเอเลนา

“จดหมายลาออกของฉัน” เธอพูด “ฉันไม่ยอมทำงานร่วมกับผู้ชายที่ดึงฉันเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคำโกหกของเขาอีกต่อไป”

จากนั้นเธอก็เดินออกจากร้านอาหาร

เอเลนาหยิบกระเป๋าถือและเดินไปทางประตู

ไมเคิลเดินตามเธอไป

“เอเลนา ได้โปรด ผมทำผิดพลาด”

เธอหยุดอยู่ที่ประตูร้านอาหาร

“ความผิดพลาดคือการลืมวันเกิด แต่นี่คือการตัดสินใจที่คุณเลือกทำทุกวัน”

สามเดือนต่อมา การหย่าก็เสร็จสมบูรณ์

เอเลนาย้ายไปอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่สว่างสดใสใกล้กับลูกสาว และรับงานแปลชิ้นใหญ่ที่ไมเคิลเคยบอกว่าเป็นไปไม่ได้

หนังสือเล่มนั้นประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ

ในงานเปิดตัวหนังสือ เอเลนายืนอยู่ใต้แสงไฟอันอบอุ่น ขณะที่ผู้คนหลายร้อยคนปรบมือให้ผลงานของเธอ

หลายปีที่ผ่านมา ไมเคิลทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าเธอไม่มีตัวตน

แต่ขณะที่เอเลนามองไปทั่วห้องที่เต็มไปด้วยผู้คน ในที่สุดเธอก็เข้าใจว่า

การสูญเสียสามีนอกใจไม่ได้ทำลายชีวิตของเธอ

แต่มันคืนชีวิตของเธอกลับมา

Rate article
Add a comment